ชนิดของแก้วมีกี่ชนิดอะไรบ้าง จุดเด่นเป็นอย่างไร

แม้ภาพรวมของแก้วเราทุกคนจะรู้จักกันเป็นอย่างดีว่านี่คือวัสดุชนิดหนึ่งที่มีความแข็งแรง ทนต่อความร้อนได้เป็นอย่างดี สามารถนำมาใช้งานได้อย่างหลากหลาย แต่หากมอรายละเอียดให้ลึกลงไปก็จะรู้ว่าแก้วแต่ละชนิดที่เราเรียกเหมารวมนี้ก็มีความแตกต่างของตนเองที่ค่อนข้างชัดเจนไม่แพ้กัน เรียกได้ว่าหากเจาะลึกกันลงไปให้ละเอียดแล้วก็จะเห็นถึงคุณสมบัติเด่นของแก้วแต่ละชนิดกันแบบละเอียดยิบกันเลยทีเดียว

ชนิดและจุดเด่นของแก้ว

  1. โซดา-ไทม์ (Soda-Time) – แก้วชนิดนี้เป็นแก้วที่ผลิตจากวัตถุดิบหลักนั่นก็คือทราย, โซดาแอช, หินปูน ถือว่าเป็นแก้วที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป อาทิ แก้วที่ผลิตขึ้นมาเป็นขวดน้ำ, แก้วน้ำ, กระจก เป็นแก้วที่สามารถทำให้เกิดเป็นสีต่างๆ ได้ด้วยการเติมออกไซด์ที่มีสีลงไป จุดเด่นก็คือสามารถนำมาใช้งานได้หลากหลาย ไม่เป็นอันตรายต่อการใช้งานปกติ
  2. บอโรซิลิเกด (Borosilicate Glass) – เป็นแก้วชนิดที่มีการเติมบอริกออกไซด์ลงไปในส่วนผสม ทำให้แก้วนั้นเกิดการขยายตัวมากยิ่งขึ้นจากความร้อนที่ต่ำ ทนต่อการเปลี่ยนแปลงความร้อนได้เป็นอย่างดี สามารถนำไปผลิตเป็นอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ได้ จุดเด่นก็คือการทนความร้อนสูงกว่าแก้วชนิดอื่น
  3. ตะกั่ว (Lead Glass) – มีส่วนผสมของตะกั่วออกไซด์มากกว่า 24% จากน้ำหนัก เป็นแก้วชนิดที่หักเหแสงมากกว่าแก้วชนิดอื่นๆ เกิดประกายแวววาวที่มีความสวยงามมากๆ จุดเด่นนอกจากเรื่องของความสวยงามแล้วยังสามารถนำไปผลิตหรือแกะสลักเป็นลวดลายต่างๆ สร้างมูลค่าได้สูงในระดับหนึ่งเลยทีเดียว
  4. โอปอล์ (Opal Glass) – เป็นชนิดที่ถูกเติมสารบางอย่างเข้าไป อาทิ โซเดียมฟลูออไรด์, แคลเซียมฟลูออไรด์ เกิดการตกผลึกขึ้นในเนื้อแก้ว เกิดความขุ่นหรือโปร่งแสง เหตุเพราะสามารถหลอมและขึ้นรูปได้ง่าย ต้นทุนต่ำแต่สามารถทำให้แข็งแรงมากขึ้นได้เมื่อผ่านกระบวนการอบ จุดเด่นคือต้นทุนที่ต่ำแต่คุณภาพไม่ได้ด้อยลงเท่าไหร่นัก
  5. อลูมิโนซิลิเกด (Aluminosilicate Glass) – มีซิลิกาและอลูมินาเป็นส่วนประกอบหลัก ไม่ทำให้เสียรูปทรงได้ง่าย จุดเด่นหลักของแก้วชนิดนี้คือทนความร้อนได้สูงเช่นเดียวกัน
  6. อัลคาไลน์-เอิร์ท อลูมิโนซิลิเกด – (Allkaline-earth Aluminosilicate) – มีส่วนผสมของแคลเซียมออกไซด์ หรือ แบเรียมออกไซด์ ทำให้การหักเหใกล้เคียงกับแก้วตะกั่ว แต่ผลิตง่ายกว่า จุดเด่นคือทนทานต่อกรดและด่างกว่าแก้วตะกั่วที่ผลิตขึ้น
  7. กลาส เซรามิค (Glass Ceramic) – เกิดการตกผลึกในเนื้อแก้ว ทำให้เกิดความทึบแสงหรือโปร่งใส จุดเด่นคือทนความร้อนได้ดีสามารถนำไปเป็นภาชนะในการหุงต้มหรือโดนไฟโดยตรงได้ในความร้อนไม่สูงจนเกินไป